การเลือกซื้อคอนโดไม่ใช่แค่การเลือกทำเลหรือเปรียบเทียบราคาเท่านั้น แต่ “แบบห้องคอนโด” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว เพราะแต่ละรูปแบบถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคนโสด คู่รัก ครอบครัวขนาดเล็ก หรือแม้แต่นักลงทุนที่มองหาคอนโดเพื่อปล่อยเช่า
ปัจจุบันโครงการคอนโดมีแบบห้องให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ Studio, 1 Bedroom, 2 Bedroom ไปจนถึงห้องแบบ Duplex หรือ Penthouse ซึ่งแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับแบบห้องคอนโด แต่ละประเภทจะช่วยให้คุณเลือกห้องที่เหมาะกับการใช้งานจริง คุ้มค่ากับงบประมาณ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้มากที่สุด
1. Studio (สตูดิโอ)

แบบห้องคอนโดสตูดิโอเป็นรูปแบบที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันเป็นห้องเดียว ไม่มีการแบ่งสัดส่วนห้องนอนออกจากส่วนนั่งเล่นหรือห้องครัว เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่คนเดียว นักศึกษา หรือคนทำงานที่ต้องการที่พักอาศัยขนาดกะทัดรัด ราคาย่อมเยา และดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย ข้อดีของแบบห้องคอนโดสตูดิโอคือการบริหารพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ ทุกตารางเมตรถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า เหมาะกับคนที่ไม่ได้สะสมของมากและต้องการความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต
ข้อดีของห้องแบบ Studio (สตูดิโอ)
- ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับแบบห้องคอนโดอื่น ๆ ในโครงการเดียวกัน
- ดูแลทำความสะอาดง่าย ใช้เวลาน้อย
- ค่าส่วนกลางและค่าไฟต่ำกว่าห้องขนาดใหญ่
- เหมาะกับการปล่อยเช่า เพราะกลุ่มผู้เช่าที่ต้องการห้องราคาประหยัดมีจำนวนมาก
2. One Bedroom (1 ห้องนอน)

แบบห้องคอนโด 1 ห้องนอนถือเป็นแบบห้องที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดคอนโด เพราะมีการแบ่งสัดส่วนห้องนอนออกจากส่วนนั่งเล่นอย่างชัดเจน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียวแต่ต้องการพื้นที่ผ่อนคลายแยกจากพื้นที่นอน หรือคู่รักที่เริ่มต้นชีวิตด้วยกัน นอกจากนี้แบบห้องคอนโด 1 ห้องนอนยังเป็นที่ต้องการสูงในตลาดเช่าและขายต่อ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ซื้อเพื่อการลงทุนด้วย
ข้อดีของห้องแบบ One Bedroom (1 ห้องนอน)
- มีความเป็นส่วนตัว แยกโซนนอนกับโซนนั่งเล่นชัดเจน
- ขายต่อและปล่อยเช่าได้ง่าย เพราะเป็นที่ต้องการสูงสุดในตลาด
- ราคาไม่สูงเกินไป เหมาะกับคนเริ่มต้นซื้อคอนโดหลังแรก
- บาลานซ์ระหว่างพื้นที่ใช้สอยกับงบประมาณได้ดี
3. One Bedroom Plus (1 ห้องนอนพลัส)

แบบห้องคอนโด 1 ห้องนอนพลัสมีลักษณะใกล้เคียงกับห้อง 1 ห้องนอน แต่จะมีพื้นที่เพิ่มเติมที่สามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย เช่น ทำเป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของ หรือห้องนอนสำหรับแขกขนาดเล็ก แบบห้องคอนโดประเภทนี้ตอบโจทย์คนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายในราคาที่สูงเท่ากับห้อง 2 ห้องนอน เหมาะสำหรับคนที่ WFH เป็นประจำ หรือต้องการพื้นที่สำรองไว้สำหรับอนาคต
ข้อดีของห้องแบบ One Bedroom Plus (1 ห้องนอนพลัส)
- ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายแพงเท่าห้อง 2 ห้องนอน
- ปรับฟังก์ชันพื้นที่เสริมได้หลากหลาย เช่น ห้องทำงาน ห้องเก็บของ หรือห้องนอนเล็ก
- เหมาะกับไลฟ์สไตล์ทำงานจากบ้านที่กำลังเป็นที่นิยม
- เผื่อพื้นที่สำหรับอนาคต เช่น การมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น
4. Two Bedroom (2 ห้องนอน)

สำหรับครอบครัวขนาดเล็กหรือผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แบบห้องคอนโด 2 ห้องนอนคือคำตอบที่ลงตัว ด้วยการแยกห้องนอนออกเป็นสองส่วน ทำให้สมาชิกในครอบครัวมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือสามารถใช้ห้องที่สองเป็นห้องทำงาน ห้องรับรองแขก หรือห้องสำหรับเด็กได้ตามความต้องการ แบบห้องคอนโด 2 ห้องนอนมักมาพร้อมกับห้องน้ำมากกว่าหนึ่งห้อง ซึ่งช่วยลดความแออัดในช่วงเวลาเร่งด่วนของตอนเช้าได้เป็นอย่างดี
ข้อดีของห้องแบบ Two Bedroom (2 ห้องนอน)
- รองรับครอบครัวขนาดเล็กหรือผู้ที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น
- มักมีห้องน้ำมากกว่าหนึ่งห้อง ลดความแออัดในช่วงเวลาเร่งด่วน
- ใช้ห้องที่สองได้อย่างยืดหยุ่น เช่น ห้องทำงาน ห้องรับแขก หรือห้องเด็ก
- รักษามูลค่าได้ดีในระยะยาว เพราะกลุ่มผู้ซื้อครอบครัวมีความต้องการต่อเนื่อง
5. Duplex (ดูเพล็กซ์)

แบบห้องคอนโดดูเพล็กซ์เป็นรูปแบบที่มีพื้นที่ใช้สอยสองชั้นเชื่อมต่อกันด้วยบันไดภายในห้อง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าคอนโดทั่วไป โดยทั่วไปชั้นล่างจะเป็นพื้นที่ส่วนรวม เช่น ห้องนั่งเล่นและห้องครัว ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอน แบบห้องคอนโดประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความโล่งโปร่งสบาย มีความเป็นส่วนตัวสูง และต้องการแยกโซนกิจกรรมต่าง ๆ ออกจากกันอย่างชัดเจน แม้ราคาต่อตารางเมตรอาจสูงกว่าห้องทั่วไป แต่ก็คุ้มค่ากับฟังก์ชันการใช้งานที่ได้รับ
ข้อดีของห้องแบบ Duplex (ดูเพล็กซ์)
- ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าคอนโดทั่วไป ด้วยพื้นที่สองชั้น
- แยกโซนกิจกรรมระหว่างชั้นบนและชั้นล่างได้ชัดเจน เพิ่มความเป็นส่วนตัว
- เพดานสูงและการออกแบบที่มีมิติ ทำให้พื้นที่ดูโปร่งและน่าอยู่
- เป็นแบบห้องคอนโดที่มีจำนวนจำกัดในแต่ละโครงการ จึงมีความโดดเด่นและมูลค่าเฉพาะตัว
: คอนโด Loft VS Duplex ต่างกันยังไง ? หาคำตอบได้ในบทความนี้
6. Penthouse (เพนท์เฮาส์)

แบบห้องคอนโดเพนท์เฮาส์คือห้องที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคาร มักมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ เพดานสูง และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแบบพาโนรามา บางโครงการอาจมีพื้นที่ระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่หรือสระว่ายน้ำส่วนตัวรวมอยู่ด้วย แบบห้องคอนโดเพนท์เฮาส์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหรา ความเป็นส่วนตัวระดับสูง และมีกำลังซื้อที่มากพอ ถือเป็นแบบห้องคอนโดที่สะท้อนไลฟ์สไตล์และสถานะทางสังคมได้เป็นอย่างดี
ข้อดีของห้องแบบ Penthouse (เพนท์เฮาส์)
- พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ พร้อมวิวพาโนรามาที่หาไม่ได้จากห้องชั้นทั่วไป
- เพดานสูงและการตกแต่งระดับพรีเมียม สร้างความรู้สึกหรูหรา
- ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะอยู่บนสุดของอาคารและมีจำนวนยูนิตน้อย
- สะท้อนสถานะทางสังคม และมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าในระยะยาวสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับบน
จะเห็นได้ว่าแบบห้องคอนโดแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน บางห้องเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยคนเดียว บางห้องเหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด ควรพิจารณาทั้งจำนวนผู้อยู่อาศัย พฤติกรรมการใช้ชีวิต งบประมาณ และแผนการใช้งานในอนาคตควบคู่กันไป เพราะสุดท้ายแล้ว คอนโดที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดหรือแพงที่สุดเสมอไป แต่ควรเป็นแบบห้องคอนโดที่สอดคล้องกับความต้องการและการใช้ชีวิตของคุณมากที่สุด เพื่อให้การอยู่อาศัยมีความสะดวกสบาย คุ้มค่า และตอบโจทย์ได้ในทุก ๆ วัน
และไม่ว่าคุณจะต้องการแบบห้องคอนโดประเภทไหน คุณก็สามารถเข้าไปเลือกชมโครงการคอนโดกว่า 6,000 โครงการ ทั่วประเทศ เพื่อเช่า/ซื้อ ได้ที่ Propertyhub เว็บไซต์ที่รวบรวมประกาศขาย/เช่าอสังหาฯ ที่ใช้งานง่ายมากที่สุด หรือดาวน์โหลด Propertyhub App เพื่อให้การค้นหาคอนโด เป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android)