Propertyhub
propertyhub logo
Reviewคู่มือ/ซื้อ/ขาย/เช่าHome & LivingNewsนายหน้ามือโปร
ค้นหาบทความclock

Backlog คืออะไร ? คำควรรู้ก่อนเข้าสู่วงการอสังหาฯ

ลงทุนอสังหาฯ
BY
KAiiW.
โพสต์เมื่อ
27 January 2026

ก่อนตัดสินใจซื้อหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ นอกจากทำเล ราคา และชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการแล้ว อีกหนึ่งคำศัพท์สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือคำว่า Backlog ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนความคืบหน้าและความมั่นคงของโครงการได้อย่างชัดเจน Backlog ไม่ได้เป็นเพียงยอดขายบนกระดาษ แต่เป็นยอดที่มีการทำสัญญาและวางเงินดาวน์แล้วจริง จึงช่วยให้ผู้ซื้อและนักลงทุนมองเห็นโอกาสความสำเร็จของโครงการในอนาคตได้ดีขึ้น ซึ่งในบทความนี้ Propertyhub จะขอพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Backlog คืออะไร ? และเหตุใดจึงถือเป็นความรู้พื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเข้าสู่วงการอสังหาฯ

 

Backlog คืออะไร ?

สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คำว่า Backlog เป็นหนึ่งในคำสำคัญที่มักถูกพูดถึงอยู่เสมอ โดย Backlog หมายถึง ยอดขายที่มีการทำสัญญาซื้อขายอย่างเป็นทางการและมีการชำระเงินดาวน์แล้ว แต่ยังไม่สามารถรับรู้เป็นรายได้ในงบการเงินได้ เนื่องจากโครงการยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือยังไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ กล่าวให้เข้าใจง่าย Backlog คือยอดขายที่ปิดดีลแล้วในเชิงสัญญา แต่ยังอยู่ในขั้นตอนรอส่งมอบทรัพย์สินนั่นเอง

โดยทั่วไป Backlog จะมาจากยอดขายในช่วง Presale ซึ่งผู้ซื้อได้ทำสัญญาและเริ่มผ่อนชำระเงินดาวน์เรียบร้อยแล้ว แม้จะยังไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที แต่ยอดขายเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้เป็นรายได้รอรับรู้ และจะทยอยเปลี่ยนเป็นรายได้จริงเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถโอนห้องชุดได้ตามกำหนด

ในทางปฏิบัติ การขายคอนโดแบบ Presale มักจะจัดเป็นรอบ ๆ ในแต่ละไตรมาส ทำให้ยอด Backlog มีการสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการขาย เมื่อยอด Backlog มีปริมาณมากเพียงพอและเป็นไปตามเป้าหมายที่ผู้พัฒนาโครงการวางไว้ ยอดดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อเพื่อการก่อสร้างจากสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้โครงการสามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อไปได้จนเสร็จสมบูรณ์

 

Backlog กับ Presale เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

Presale คือยอดขายที่เกิดขึ้นในช่วงเปิดขายโครงการหรือก่อนสร้างเสร็จ ซึ่งยอดขายจาก Presale เหล่านี้ หากลูกค้ามีการทำสัญญาจะซื้อจะขายและวางเงินดาวน์เรียบร้อยแล้ว ยอดขายดังกล่าวจะถูกนับรวมเป็น Backlog ทันที ดังนั้น Presale จึงถือเป็น “จุดเริ่มต้น” ของ Backlog ขณะที่ Backlog คือยอดขายที่ผ่านการยืนยันแล้วและมีโอกาสกลายเป็นรายได้จริงในอนาคตมากกว่ายอด Presale ที่ยังอาจมีความผันผวนหรือการยกเลิกสัญญาเกิดขึ้นได้

 

ความแตกต่างระหว่าง Backlog กับ Presale

  • Presale หมายถึงยอดการแสดงความสนใจหรือการจองสิทธิ์ในเบื้องต้น ซึ่งยังไม่มีการทำสัญญาซื้อขายอย่างเป็นทางการและยังไม่มีการชำระเงินมัดจำใด ๆ จึงไม่สามารถนับเป็นรายได้ของโครงการได้ และยังมีความไม่แน่นอนในแง่ของการตัดสินใจซื้อจริง
  • Backlog คือยอดขายที่มีความชัดเจนมากกว่า เนื่องจากผู้ซื้อได้ทำสัญญาซื้อขาย วางเงินมัดจำ และชำระเงินดาวน์อย่างต่อเนื่องเรียบร้อยแล้ว ยอดดังกล่าวจึงเป็นรายได้ที่รอการรับรู้ในอนาคต และสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนทางการเงิน รวมถึงประกอบการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้

ด้วยเหตุนี้...การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จึงให้น้ำหนักกับยอด Backlog มากกว่ายอด Presale เพราะ Backlog สะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่โครงการจะดำเนินการก่อสร้างและโอนกรรมสิทธิ์ได้สำเร็จในระดับที่สูงกว่า และช่วยประเมินเสถียรภาพของโครงการได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

 

ทำไมยอด Backlog จึงสำคัญกว่ายอด Presale ?

แม้ยอด Presale จะสะท้อนกระแสตอบรับของตลาดในช่วงเปิดขายได้ดี แต่ยอด Backlog กลับมีน้ำหนักมากกว่าในเชิงธุรกิจ เพราะเป็นยอดขายที่มีสัญญาผูกพันและมีโอกาสรับรู้รายได้จริงสูงกว่า ในขณะที่ Presale ยังอาจเกิดการยกเลิกสัญญาได้ในภายหลัง ดังนั้นนักลงทุนและนักวิเคราะห์จึงมักให้น้ำหนักกับ Backlog มากกว่า เนื่องจากช่วยประเมินความมั่นคงของรายได้ในอนาคตได้ชัดเจนและแม่นยำกว่า

 

ยอด Backlog ช่วยบอกอะไรได้บ้าง ?

Backlog คืออะไร ? คำควรรู้ก่อนเข้าสู่วงการอสังหาฯ.jpg

  • สะท้อนความต้องการของตลาดที่แท้จริง : ยอด Backlog เป็นยอดขายที่มีการทำสัญญาและวางเงินดาวน์แล้ว จึงสะท้อนความต้องการซื้อที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงการแสดงความสนใจเบื้องต้นเหมือนยอด Presale ทำให้เห็นได้ชัดว่าโครงการได้รับการตอบรับจากตลาดมากน้อยเพียงใด
  • ช่วยคาดการณ์รายได้ในอนาคตของโครงการ : Backlog คือรายได้ที่รอการรับรู้ เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามแผน ยอด Backlog จะทยอยเปลี่ยนเป็นรายได้จริง จึงช่วยให้ทั้งนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการสามารถประเมินทิศทางรายได้ในช่วง 1–3 ปีข้างหน้าได้ค่อนข้างแม่นยำ
  • บ่งบอกเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของโครงการ : โครงการที่มี Backlog สะสมในระดับสูงและต่อเนื่อง มักสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่มีต่อแบรนด์ ทำเล และคุณภาพโครงการ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่โครงการจะชะลอการก่อสร้างหรือประสบปัญหาทางการเงินในอนาคต
  • เป็นปัจจัยสำคัญในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน : ธนาคารมักใช้ยอด Backlog เป็นหนึ่งในข้อมูลหลักในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อการก่อสร้าง เนื่องจาก Backlog แสดงให้เห็นว่าโครงการมีรายได้รองรับในอนาคต และมีโอกาสโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามแผนที่วางไว้
  • ช่วยประเมินความเสี่ยงของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ : สำหรับนักลงทุน ยอด Backlog ช่วยบอกได้ว่าโครงการมีความเสี่ยงมากหรือน้อย หาก Backlog อยู่ในระดับต่ำ อาจสะท้อนถึงความต้องการซื้อที่ยังไม่ชัดเจน หรือมีความเสี่ยงที่ยอดขายจะไม่ถึงเป้า ในทางกลับกัน หาก Backlog สูง ย่อมแสดงถึงโอกาสความสำเร็จของโครงการที่มากขึ้น
  • สะท้อนประสิทธิภาพการขายและการบริหารโครงการ : Backlog ที่เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นถึงการวางกลยุทธ์ด้านการตลาด การตั้งราคา และการบริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้โครงการสามารถดำเนินงานได้ตามแผนที่กำหนดไว้

 

เหตุผลที่ Backlog สำคัญในมุมมองของนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการ ?

ในมุมของนักลงทุน Backlog เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยประเมินศักยภาพและความเสี่ยงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะสามารถใช้คาดการณ์รายได้และกระแสเงินสดในอนาคตได้ล่วงหน้า ส่วนในมุมของผู้พัฒนาโครงการ Backlog คือหลักประกันทางธุรกิจที่ช่วยวางแผนการก่อสร้าง การบริหารต้นทุน และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น ยิ่งมี Backlog สูงและต่อเนื่องมากเท่าไร ก็ยิ่งสะท้อนถึงความแข็งแรงและเสถียรภาพของธุรกิจในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น

 

Backlog กับกลยุทธ์การเลือกจังหวะเวลาลงทุน

อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า Backlog คือยอดขายที่มีการทำสัญญาซื้อขายและมีการชำระเงินดาวน์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจซื้อที่เกิดขึ้นจริงของผู้บริโภค โดยในทางปฏิบัติ โครงการคอนโดมักจะเปิดขายแบบ Presale หลายรอบจนกว่าจะขายครบตามแผน แม้ในช่วงแรกจะมีโปรโมชันหรือราคาพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่ยอด Presale เหล่านั้นยังเป็นเพียงการจองสิทธิ์ และยังไม่สามารถใช้ชี้วัดความมั่นคงของโครงการได้อย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ หนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ คือการเลือกลงทุนในช่วง Presale ระยะท้าย หรือช่วงที่โครงการเริ่มมียอด Backlog สะสมในระดับหนึ่งแล้ว แม้ผู้ลงทุนอาจต้องยอมรับราคาที่สูงขึ้น หรือไม่ได้รับสิทธิพิเศษเท่ากับรอบแรก ๆ แต่จะแลกมากับความมั่นใจที่มากขึ้นว่าโครงการมีความคืบหน้า มีฐานลูกค้าที่ชัดเจน และมีแนวโน้มก่อสร้างจนแล้วเสร็จตามแผน โดยทั่วไป ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการตัดสินใจลงทุนมักเป็นช่วงที่โครงการเริ่มแสดงสัญญาณความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่…

  • โครงการมียอด Backlog ในระดับที่เพียงพอและสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการยื่นขอสินเชื่อเพื่อการก่อสร้างกับสถาบันการเงินได้
  • โครงการผ่านรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมด้านกฎหมายและความสามารถในการเริ่มก่อสร้างได้จริง

เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน นักลงทุนจะสามารถเลือกจังหวะเวลาเข้าลงทุนได้อย่างรอบคอบมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในช่วงเริ่มต้นโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

จากเนื้อหาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า Backlog เป็นมากกว่าตัวเลขยอดขาย แต่เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความพร้อม ความมั่นคง และทิศทางของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นในมุมของผู้พัฒนาโครงการหรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสลงทุน สรุปแล้วการทำความเข้าใจ Backlog ควบคู่ไปกับยอด Presale และสถานะความคืบหน้าของโครงการ จะช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงและเลือกจังหวะเวลาการลงทุนได้อย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น

 

และสำหรับใครที่กำลังมองหาบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ คุณก็สามารถเข้ามาเลือกชมได้ที่ Propertyhub เว็บไซต์รวบรวมประกาศขาย/เช่าอสังหาฯ ที่ใช้งานง่ายที่สุดแห่งยุค หรือดาวน์โหลด Propertyhub App เพื่อให้การค้นหาคอนโด เป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android)

แชร์เนื้อหา
KAiiW.
This too shall pass.
ช่องทางในการติดตาม
LINE@ Add Friend
บทความที่เกี่ยวข้อง

Backlog คืออะไร ? คำควรรู้ก่อนเข้าสู่วงการอสังหาฯ

Backlog คืออะไร ? ทำความรู้จักคำศัพท์อสังหาริมทรัพย์ที่นักลงทุนควรรู้ เข้าใจความหมายของ Backlog และความสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด

โพสต์เมื่อ27 January 2026

Freehold vs Leasehold คืออะไร ? นักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ควรรู้จัก

Freehold vs Leasehold คืออะไร ? ทำความเข้าใจความแตกต่างของการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ วิเคราะห์ข้อดี–ข้อควรรู้ของ Freehold และ Leasehold ก่อนตัดสินใจลงทุน

โพสต์เมื่อ21 January 2026

6 วิธีเก็บเงินซื้อบ้านหรือคอนโด สำหรับ First Jobber

แนะนำ 6 วิธีเก็บเงินซื้อบ้าน/ซื้อคอนโดสำหรับ First Jobber วางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ สร้างวินัยการออม ลดหนี้ เพิ่มรายได้เสริม พร้อมเทคนิคเตรียมตัวก่อนกู้ธนาคาร ช่วยให้การซื้อคอนโดหรือซื้อบ้านหลังแรกเป็นเรื่องที่ทำได้จริง

โพสต์เมื่อ29 December 2025

อัปเดตล่าสุด! ค่าโอนบ้าน/คอนโด ปี 2569

อัปเดตล่าสุด ค่าโอนบ้าน โอนคอนโด 2569 รวมข้อมูลอัตราค่าโอน เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโด วางแผนงบให้พร้อมก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์

โพสต์เมื่อ24 December 2025

บทความแนะนำ

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

สำหรับใครที่กำลังจะไปทำเรื่อง “ขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า” บทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอน เพราะว่าเราได้รวบรวมขั้นตอนการยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมกับลิสต์รายชื่อเอกสารที่คุณจะต้องจัดเตรียมมาฝาก

โพสต์เมื่อ21 August 2025
วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

ปัจจุบันนี้คุณสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดทางออนไลน์ได้แล้ว และที่สำคัญเลยก็คือใช้งานง่าย เช็คราคาประเมินได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางไปยังกรมที่ดิน เพราะฉะนั้นทางทีมงาน Propertyhub จึงจะขอนำวิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” มาฝาก

โพสต์เมื่อ16 October 2025
รวมขั้นตอนการรับโอนคอนโด พร้อมเอกสารการโอนที่ต้องจัดเตรียม

รวมขั้นตอนการรับโอนคอนโด พร้อมเอกสารการโอนที่ต้องจัดเตรียม

ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดนั้น นอกเหนือจากราคาขายคอนโดแล้ว สิ่งที่ต้องทราบนอกเหนือจากนี้ก็คือเรื่องของ ขั้นตอนต่างๆ ที่ผู้ซื้อทุกรายจะต้องทำความเข้าใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นการ ซื้อคอนโด มือหนึ่งจากผู้พัฒนาโครงการ หรือการซื้อคอนโดมือสองต่อจากผู้เป็นเจ้าของก็ตาม ขั้นตอนของการ โอนคอนโด คือเรื่องที่จะสร้างความปวดหัวไม่น้อยสำหรับใครที่ไม่เคยทำความเข้าใจมาก่อน

โพสต์เมื่อ29 August 2025

คอนโดให้เช่ายอดนิยม

propertyhub logo

เมนูหลัก

ติดต่อเรา

บริษัท ซิมเปิ้ล อินเทอร์เน็ต
จํากัด เลขที่ 242 ห้องเลขที่ A210 อาคาร A
ศูนย์การค้าเพลินนารี่มอลล์
ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10230
Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

twitter icon
youtube icon
instagram icon
Copyright © 2019-2020 Zimple Internet Co., Ltd. , All rights reserved.
facebook icon
twitter icon
youtube icon
instagram icon